วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ทิ้งร้างไว้สองปี นี่ยังมีหน้ากลับมาเขียนใหม่งั้นหรออ!!

ก็ตามหัวข้อเลยครับ ทิ้งร้างไว้สองปีเลยทีเดียวสำหรับบล๊อคๆนี้ (ก็มีอยู่บล๊อคเดียวไม่ใช่เรอะ)
ไม่มีไรมาก ที่ไม่ได้เขียนไรเพราะ มันไม่มีอะไรมาดึงดูดให้เขียนน่ะสิ ไอเดียอะไรก็ไม่มี ไม่รู้จะเขียนไรนั้นแหละ(จริงกว่านี้ก็คือขี้เกียจแล้วล่ะ)


ที่บอกเรี่มเขียนใหม่นั้นเป็นเรื่องจริง เพราะช่วงนี้แต่งนิยายไว้ก็กะว่าจะเอามาลงที่นี่แหละ นอกจากนี้ยังเขียนรีวิวเกมด้วย ก็จะเอามาลงที่นี่เหมือนกัน ก็เลยคิดว่าจะเปลี่ยนระบบบล๊อคใหม่เลยก็คือ อยากเขียนไรก็เขียน เขียนเหี้ยไรก็จะเอามาลงไว้ที่นี่ให้หมด แต่แน่นอนว่าจะแบ่งแยกหมวดหมู่ให้ชัดเจนแน่นอนไม่ต้องห่วง :)))

สำหรับ entry นี่ก็แค่อยากจะเริ่มเขียนอะไรเล็กๆน้อยๆเฉยๆ ไหนๆก็กลับมาเขียนใหม่ ก็ควรจะมีจุดเริ่มต้นใช่ไหมล่ะ

ขอบคุณที่ติดตามอ่านกันมานะครับ(มีด้วยเหรอ คนตามอ่านน่ะ 5555)

*ช่างน่าเศร้าจริงๆ*

วันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ชีวิตประจำวันสุดบัดซบ อย่าได้เอาเยี่ยงอย่าง

         ตื่นเช้าขึ้นมาอากาศสดใส ม่านหน้าต่างเปิดไว้รับแสงในยามเช้า แอร์ที่เปิดตั้งแต่เมื่อคืนวานส่งลมเย็นสบายๆกระทบร่างกาย รูมเมทที่นอนอยู่เตียงอีกเตียงไม่อยู่แล้ว สงสัยจะตื่นก่อนเรา ตัวผมนอนอยู่เตียงริมหน้าต่าง ซุกตัวอยู่ในผ้าห่มเนื่องจากเปิดพัดลมเอาไว้

         "ได้เวลาตื่นนอนแล้ว"

          ผมบอกตัวเองในใจ ความรู้สึกในตอนนี้เหมือนกับต้องใช้พลังงานทั้งชีวิตในการตื่นนอนเลยที่เดียว ทั้งที่ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นทุกวัน แต่ก็ไม่เคยจะดัดนิสัยแย่นี่ได้ การจะตื่นนอนแต่ละทีนี่มันทรมาณใจจริงๆ

          มองนาฬิกาจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้าง บอกเวลาที่ตรงเป๊ะๆอยู่เสมอ และวันนี้ก็ยังตรงเป๊ะเหมือนเดิม แต่มันแปลกๆยังไงไม่รู้เพราะเวลาที่แสดงอยู่ในนั้นเป็น 15นาฬิกา

          "!!!"

          อ่าหะ แน่นอนอยู่แล้ว ก็เมื่อวาน(หรือวันนี้ดีละ)เข้านอนซะ6โมงเช้าเลยนี่ เพราะมัวแต่เล่นเกมจนลืมเวลานั้นแหละนะ จะตื่นตอนนี้ก็ไม่แปลกอะไรหรอก

          ผมลุกกขึ้นจากที่นอน หยิบผ้าเช็ดตัวที่พาดอยู่ตรงเก้าอี้โต๊ะอ่านหนังสือ แล้วตรงไปยังห้องน้ำที่อยู่ห้องตรงข้ามที่นอน บริเวณนี้จะเห็นห้องนั่งเล่น ซึ่งรูมเมทกำลังนั่งอ่านหนังสืออย่างทุกที บางครั้งก็เล่นโทรศัพท์มือถือบ้าง แต่ก็เป็นภาพที่คุ้นตามาหลายเดือนแล้วล่ะ ผมใช้เวลาอาบน้ำหลายนาทีด้วยความงัยเงียระหว่างนั้นก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย

          "วันนี้วันเสาร์นี่นา จะเล่นเกม LOL ต่อจนเช้าเลย"

          ความคิดบ้าๆนี่เอาอีกแล้ว ทั้งๆที่เมื่อวานนี้ก็เล่นซะเต็มที่ตั้งแต่เลิกเรียนจนหกโมงเช้ายังไม่พอสินะ ก็นั้นแหละ มันสนุกมากเลยล่ะมั้ง หรือเพราะไม่มีอะไรทำด้วยล่ะ คือไม่อยากจะทำอะไรอ่ะ ถ้ามีอย่างอื่นที่อยากทำก็จะทำอยู่หรอกนะ จะอ่านหนังสือก็ขี้เกียจ เล่นกีฬาอย่าพูดถึงเลยนะฮะ

         "หิวซะและ"

         ก็ต้องหิวอยู่แล้ว กินข้าวครั้งสุดท้ายก็คือ 6โมงเย็นของเมื่อวาน นี่ก็จะวนมาครบ24ชมแล้ว จะไม่หิวได้อย่างไรกัน

        หลังจากอาบน้ำเสร็จ และเตรียมตัวจะไปกินข้าวที่โรงอาหารทิวสนโดมบริเวณไม่ไกลจากที่พักนัก ผมหยิบแบ๊งร้อย1ใบและกุญแจห้อง แล้วก็ออกจากห้องที่ผมพักอยู่ บริเวณทางเดินหน้าห้องช่างได้อารมณ์หนังสยองขวัญจริงๆ ถ้าเป็นตอนกลางคืนแล้วไฟกระพริบๆนะ เหอๆไม่อยากนึกเท่าไหร่ ผมรอลิฟท์อยู่นานสองนานกว่าจะมาได้ ก็อยู่ซะชั้นบนสุดนี่นะ

        ชั้น1มี รปภ. นั่งประจำอยู่เป็นคนที่เป็นมิตรมากเหมือนเป็นผู้ปกครองเหล่าเด็กหอพักทั้งหอเลยก็ว่าได้ มีคนวนเวียนอยู่ที่ชั้น1แทบจะตลอดเวลา ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกเขาจะทำอะไรกัน เพราะตอนนี้สนใจแต่จะไปกินข้าวเท่านั้น

        ทิวสนโดมยังเหมือนทุกวัน แต่วั

นนี้คนน้อยหน่อยเพราะเป็นวันหยุด เด็กหอบางคนกลับบ้านกัน เหลือแต่เหล่าเด็ก ตจว เช่นเดียวกับผมที่จะกลับบ้านทีนี่ลำบากสุดๆ แต่ก็ดี คนน้อยได้อาหารเร็ว อาหารที่ผมสั่งไปเหมือนทุกที กระเพราหมูสับราดข้าวซึ่งราคาถูกที่สุดคือ 25 บาทและจะซื้อไก่ทอดห้าดาวราคา21บาทซึ่งอร่อยมากๆ ผมมักจะทานแบบนี้ทุกวันๆไม่เคยเบื่อหรอก
        ใช้เวลาทานอาหารประมาณเกือบ20นาที ด้วยความไม่รู้จะทำอะไรจึงกลับห้องทันทีที่ทานเสร็จ กลับมาห้องก็เหมือนเดิม รูมเมทของผมยังคงนั่งอยู่ที่เกิดอยู่ ส่วนผมก็ไม่สนใจอะไรแล้ว มุ่งตรงไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องโปรดที่ตั้งอยู่ในห้องเปิดขึ้นมาแล้วก็เล่นเกมต่อทันที......รู้สึกตัวอีกทีก็เที่ยงคืนแล้ว หลังจากนั่นก็เล่นเฟสต่อจนตี4ของวันอาทิตย์ถึงจะล้มตัวลงนอนได้

        แล้วก็รอเช้าวันใหม่ต่อไป แล้วก็วนลูปเหมือนเดิม -3-

        ---จบบริบูรณ์แจ้---


วันอังคารที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ก่อนที่สอบกลางภาคปี1เทอม1! ความกดดันนี่มัน ?!

                       หลังจากเป็นเฟรชชี่หน้าใสมาได้เกือบสองเดือน กำลังสนุกสนานกับกิจกรรมใหม่ๆที่ไม่เคยพบเคยเจอเมื่อสมัย ม.ปลาย เนื้อหาต่างๆที่เรียนในคลาสก็เป็นเรื่องใหม่ๆที่ไม่เคยเห็น แน่นอนว่าการเรียนการสอนเมื่อถึงเวลาหนึ่งจะต้องมีการสอบแบะ เวลาที่ว่านั้นได้มาถึงแล้ว การสอบกลางภาคยังไงล่ะ !!


                มันก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรมากมายหรอก เพราะการสอบในระดับมหาวิทยาลัยนั้น จะเกิดขึ้นอีกหลายครั้ง อย่างน้อยในปีหนึ่งๆก็ต้องเจอการสอบสี่ครั้ง และพอเรียนจบ4ปีก็เจอการสอบไปทั้งหมด 16ครั้ง และครั้งนี้ก็เป็นครั้งแรก ถึงได้อยากจะเขียนถึงมันหน่อย

                อารมรณ์มันแตกต่างจากระดับ ม.ปลาย โดยสิ้นเชิง มันไม่เหมือนการสอบกิ๊กก๊อกของ ม ปลาย ที่เอาคะแนนสอบแค่ 5-10คะแนน  คะแนนสอบปลายภาคประมาณ 20-30คะแนน กล่าวคือใน ม ปลาย มันเน้นคะแนนเก็บ ใครมีคะแนนเก็บเยอะ ก็เอาเกรด 4 ไปได้เลย แต่ในระดับนี้ไม่ใช่แบบนั้นแล้ว แต่เป็นการใช้คะแนนสอบเต็ม 100% หรือใกล้เคียง และสำหรับสอบกลางภาคคือ 50%

                ความกดดันสูงกว่าไม่รู้เท่าไหร่ เกรดของ มปลาย นั่นมีความสำคัญน้อยกว่าเกรดของระดับมหาวิทยาลัย เกรด มปลาย นั้นสำหรับบางคนแล้วไม่มีความสำคัญเลยก็ได้(ขอแค่ออกมาให้จบได้ เพราะได้ที่เรียนในมหาวิทยาลัย) ต่างกับเกรดของระดับมหาวิทยาลัยที่ต้องเอาไปใช้ในการสมัครทำงานต่างๆซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก

                นอกจากนี้เรายังไม่รู้ด้วยว่า ข้อสอบ มันจะออกมาแนวไหน ไม่เหมือนการสอบของ ม ปลายที่อาจารย์บอกมาหมดแล้วว่าจะออกอะไรยังไง คือมันเดาไม่ได้ ไม่รู้ว่าจะทำยังไง ยังจับทางกันไม่ถูกอะไรประมาณนั้น เพราะยังไม่เคยเจอเนี่ยแหละ ในส่วนนี้รุ่นพี่ก็อาจจะช่วยได้ ก็ต้องลองปรึกษารุ่นพี่ดู

                การสอบกลางภาคนี้อาจจะเป็นตัวตัดสินเลยก็ได้ว่า ในอนาคตของเราจะเป็นอย่างไร ถึงแม้เปอร์เซ็นจะไม่เยอะในการคิดเกรดเฉลี่ยสี่ปี แต่มันก็เป็นส่วนหนึ่งของเกรดนั่น  ดังนั้นเราจึงต้องทำให้ดีที่สุดไม่ว่าจะเป็นการสอบครั้งไหน  โดยเฉพาะครั้งแรกนี้  ไฟท์!!

             ว่าแล้วก็ไปอ่านหนังสือกันดีกว่า -3-